บทที่ 9 บทที่ 2 (3)
เสียงเพลงจากเครื่องสายบนเวทีดังค่อยสลับกันไป และกระแทกกระทั้นในบางจังหวะด้วยเพลงคริสต์มาส โอราทอริโอ[1] ยิ่งรวมกับบรรยากาศจากสถาปัตยกรรมที่ผสมกับประติกรรมอันหรูหรา จนยากจะแยกว่าเป็นศิลปะชนิดใดของบาโรก และจิตกรรมฝาผนังอันสวยงามซึ่งเน้นทางอารมณ์และความรู้สึกแต่มากความหมาย ก็ยิ่งทำให้เหมือนกำลังย้อนกลับไปในยุคสมัยที่ล่วงมานานแล้ว
เหล่าเซเลบริตี้และผู้มาร่วมงานต่างแต่งกายอย่างงดงาม และยืนจับกลุ่มพูดคุยกัน ธีมงานเป็นแบบค็อกเทลปาร์ตี้ บริกรร่างสูงคัดแล้วว่าหน้าตาดีเดินผ่านไปมา
เสียงเพลงบรรเลงหยุดลง เมื่อพิธีกรซึ่งต้องทำหน้าที่เหมือนพ่อบ้านของขุนนางอังกฤษกระแอมเบาๆ
“เซอร์วิลเลียม ฮาร์เกน! เลดี้พีบี คาซานดร้า ฮาร์เกน!”
เสียงปรบมือดังขึ้น แสงไฟสว่างจ้าในโดมปิดลงคงเหลือเพียงแสงสว่างจากแชนเดอเลีย
สปอร์ตไลท์ส่องไปที่บันไดแสนหรูหรา และที่ตรงนั้น เซอร์วิลเลียม ฮาร์เกน ผู้เป็นตาของพีบีในชุดสูทสีดำหรูหรา ก็ก้าวลงมาช้าๆ โดยมีหลานสาวคนสวยควงแขน หญิงสาวเจ้าของงานเหลียวมองไปรอบตัวด้วยท่วงทีของดารา เธอเชิด ปรายตามองไปรอบพร้อมกับยกมือขึ้นโบกนิดๆ
ผู้มาร่วมงานล้วนมองตาค้าง เมื่อเจ้าของงานสวยเริ่ด สง่า และแสนเซ็กซี่ด้วยเดรสแขนยาวเปิดไหล่ ช่วงอกด้านบนเป็นผ้าซีทรูลูกไม้สีดำ ตัวกระโปรงสีขาวตกแต่งด้วยลูกไม้สีดำ หญิงสาวแต่งหน้าด้วยโทนสีน้ำตาล ผมสีทองของเธอรวบเกล้าขึ้นเป็นมวย เผยดวงหน้าแสนเย้ายวนนั่น ผู้คนเริ่มเข้าไปออที่บันไดขั้นสุดท้าย เมื่อตาหลานก้าวลงมาถึง บางคนก็ทักทายชายชรา ส่วนบางคนก็ให้ความสนใจกับไฮโซสาวอย่างชัดเจน
เจ๋ง! ใช่ พีบีเปิดตัวได้อย่างนี้แทบทุกครั้ง!!
เฮคเตอร์ต้องบังคับให้ตัวเองไม่ต้องกลอกตากับความเว่อร์วังของแม่เพื่อนสมัยเด็ก เขาหันกลับมาสนใจคู่สนทนาและเปิดยิ้มนิดๆ แมนนี่ยังคงยืนปักหลักวางท่าเป็นบอดีการ์ดมาดเข้มไม่มีหลุด ทว่าสายตากลับมีแววชื่นชมเมื่อยังมองจับไปที่เจ้าของงาน
แสงไฟสว่าง ดนตรีบรรเลงขึ้นอีกครั้ง และความครื้นเครงก็กลับคืนมา เฮคเตอร์เหลียวมองพีบีเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายคงปลีกตัวมาเกาะแกะเขายาก ชายหนุ่มจึงค่อยโล่งอก
“เฮ้ เฮคเตอร์ นั่นหลานจะไม่เข้าไปหาหล่อนหน่อยหรือ อาเห็นมิสฮาร์เกนมองมาที่หลานหลายรอบแล้วนะ”
โอดิน ริชชี่ หนุ่มใหญ่เจ้าสำอาง ในชุดสูทสีดำหมดทั้งตัวยกแก้วไวน์ขึ้นจิบหลังโฉบเข้ามาหา และเฮคเตอร์ก็เหลียวมามองใบหน้าได้รูปยาวของเพื่อนรักบิดา เขาพบแววขำขันในนัยน์ตายาวใหญ่ของผู้สูงวัยกว่า ยิ่งริมฝีปากบางเฉียบที่แย้มนิดๆ มหาเศรษฐีหนุ่มก็นึกรู้ว่ากำลังโดนแหย่
“นั่นเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำอย่างยิ่งเลยนะโอ๊ป”
เขาบอกนิ่งๆ และอีกฝ่ายก็หัวเราะหึๆ หน้าผากโอดินค่อนข้างกว้างเมื่อเส้นผมถอยร่นลงไปมากแล้ว ผมสั้นนั้นตัดเกรียนด้านข้าง กระนั้นแม้อายุจะล่วงเข้าไปห้าสิบกว่า แต่เพื่อนรุ่นน้องของพ่อคนนี้ก็ยังดูหล่อเหลาไม่สร่าง
เฮคเตอร์ลอบถอนหายใจ บทสนทนานั้นถูกเปลี่ยน โอดินถูกดึงตัวไปโดยกลุ่มนักธุรกิจกลุ่มหนึ่ง นัยว่าเป็นเทรดเดอร์รายใหญ่ที่เคยร่วมงานกันมา เฮคเตอร์หันมาสนใจกับคู่สนทนารุ่นพ่อแม่ หนึ่งในผู้ถือหุ้นของเกลนนอนแบงก์ ซึ่งดูสนอกสนใจเป็นอย่างมากกับการเปลี่ยนแปลงภายในที่กำลังจะเกิดขึ้น
ราวครึ่งชั่วโมงเหล่าสื่อซึ่งถูกกันให้รออยู่ที่ห้องพักรอ หลังเปิดให้เข้าไปคอยในห้องนั้นได้เมื่อบรรดาแขกได้เข้ามายังห้องโถงรับรองใหญ่หมดแล้ว ก็ได้รับอนุญาตให้เข้ามาในงาน
“คุณเฮค... สื่อเข้ามาแล้วครับ”
ท่ามกลางเสียงดนตรี เสียงพูดคุย แมนนี่กระซิบบอกเฮคเตอร์ มหาเศรษฐีหนุ่มพยักหน้ารับ บอดีการ์ดส่วนตัวอีกสามคนซึ่งหลบไปยืนอยู่ที่ไหนไม่รู้ โผล่พรวดเข้ามายืนอยู่ด้านหลังเป็นแผง และกันสื่อรายแรกที่พุ่งเข้ามาประชิดให้ออกห่างตัวเจ้านายหนุ่ม ซึ่งสาละวนอยู่กับการสร้างคะแนนนิยมกับเหล่าผู้ถือหุ้นของเกลนนอนแบงก์ที่แวะเวียนมาทักทาย
เสียงพูดค่อยเงียบไปเมื่อไหร่ไม่รู้ คงมีแต่เพียงเสียงของเซลโล่ที่บรรเลงดังขึ้นเดี่ยวๆ เสียงกระซิบกระซาบให้เหลียวมองไปยังบันได และถ้อยเรียกหาพระเจ้าอันกึ่งทึ่งชื่นชมนั่น รวมถึงสายตาของคู่สนทนาทำให้เฮคเตอร์มองตาม
ที่ตรงนั้น...
ราวกับนางฟ้าบนภาพจิตกรรมได้จำแลงลงมา
ที่แห่งนั้น...
ละม้ายรูปปั้นเทพีวีนัสเกิดมีลมหายใจขึ้นมา
หญิงสาวร่างเล็กผมดำ ใบหน้ารูปไข่อ่อนหวานจิ้มลิ้ม ยามแย้มยิ้มปรากฏมีลักยิ้มแต้ม ท่วงท่ายามเงยหน้าขึ้นมองสบตากับผู้ที่กำลังก้าวเดินลงมาพร้อมกัน ตรึงคนร่วมพันในห้องโถงนั้นไว้ได้ชะงัด
เรือนร่างอรชรแม้ปกปิดด้วยอาภรณ์แบบเรียบ แต่งามสง่า มิได้ลดเสน่ห์แห่งเรือนกายนั้นได้เลย ยามเธอเยื้องย่างดูราวกับนางหงส์ แม้มั่นคงแต่ก็ยังอ่อนช้อยพลิ้วไหว สายตายามชม้ายเหลือบมองใสกระจ่างดังตากวาง ริมฝีปากอิ่มนั้นเล่าช่างดูเย้ายวน
สรุปแล้วเสน่ห์มากล้นไปทั้งเนื้อทั้งตัวของสาวปริศนาคนนั้น กำลังทำให้หลายคนอ้าปากค้างเพียงแค่ได้เห็น!
อะแน่... ก็มารดาของอันนาขึ้นชื่อว่าเป็นถึงอดีตนางงามเมืองเหนือ แถมพ่อของเธอก็ยังเป็นผู้ชายหน้าตาดีที่สุด แล้วยังไง ขืนเธอเกิดออกมาขี้เหร่ก็ถูกหาว่าลูกชู้น่ะสิ!
[1] Christmas Oratorio, BWM 248 หนึ่งในบทประพันธ์สำคัญของ โยฮันน์ เซบาสเตียน บาค คีตกวีและนักออร์แกนชาวเยอรมัน นักประพันธ์ดนตรีสมัยบาโรก
